บทความล่าสุด

หนุ่มเสพยา หลอนเห็นน้องชายที่ถูกรถชนตายชวนไปอยู่ด้วย ก่อนผูกคอตายตาม

หนุ่มเสพยา หลอนเห็นน้องชายที่ถูกรถชนตายไปเมื่อปี 61 ชวนไปอยู่ด้วย ก่อนตัดสินใจผูกคอตายตาม ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 ร.ต.อ.สมคิด บุญลอย รอง สว.สอบสวน สภ.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอตาย ภายในห้องน้ำ บ้านเลขที่ 100/44 หมู่บ้านร่มโพธิ์ทอง .1 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านชั้นเดียว ปลูกติดๆกัน ที่บริเวณประตูห้องน้ำ พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือนายปัญญกร โพธิ์อ่อน อายุ 24 ปี อยู่ในสภาพผูกคอตัวเอง ด้วยเชือกรองเท้าลายขาวดำ ปลายเชือกเปิดฝ้าเพดานออก ผูกติดกับคานเหล็กของตัวบ้าน ใกล้กันพบสายอินเตอร์เน็ต และถังน้ำสีดำ ที่ขาดว่าใช้ในการเหยียบวางอยู่ จากการตรวจสอบสภาพศพไม่พบร่องอรยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง สอบถามนาย เสกสม โพธิ์อ่อน อายุ 43ปี พ่อคนตาย กล่าวว่า ปกติแล้วลูกชายตนเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป...

คนไทยอีก 4 ประเทศ ที่ตกค้างทยอยกักตัวที่พัทยา

คนไทยอีก 4 ประเทศ ที่ตกค้างทยอยกักตัวที่พัทยา ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ จากที่สถานประกอบการโรงแรมที่เมืองพัทยาถูกจัดตั้งให้เป็น State Quarantine อยู่จำนวน 7 แห่ง โดยมีคนไทยที่ที่กลับจากต่างแดนเข้าพักอาทิ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซีดี้ จอมเทียน จอมเทียนปาล์มบีช ไบร์ตันแกรนด์ พัทยา จอมเทียนฮอลิเดย์ อินน์ เบย์บีช รีสอร์ท จอมเทียน เดอะเบเวอร์รี่ พัทยา และ เลอบาลี ซึ่งช่าสุดได้มีคนไทยที่ติดค้างจำนวนอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศอิตาลี มาเลเซีย ญี่ปุ่น และประเทศไต้หวัน จำนวน 400 คนได้ เดินทางมากักตัวที่เมืองพัทยา จำนวน 14 วัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่นำมากักตัวก่อนหน้านี้กว่า 2,000 คน โดยลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อนที่จะเดินทางมาที่โรงแรมในเขตจ.ชลบุรี ที่เป็น State Quarantine

ลูกเรือพม่า พลาดท่าขาซ้ายถูกเครื่องโม่น้ำแข็งปั่นแหลก

ลูกเรือพม่า พลาดท่าขาซ้ายถูกเครื่องโม่น้ำแข็งปั่นแหลก ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 26 พ.ค.63 ศูนย์รับแจ้งเหตุ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รับแจ้งลูกเรือประมงพลัดตกลงไปในเครื่องโม่น้ำแข็ง ถูกปั่นขาซ้ายจนแหลกได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในสะพานสุวิทย์การประมง ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงส่งกู้ภัยเร่งให้การช่วยชีวิต ที่เกิดเหตุเป็นเครื่องโม่น้ำแข็งก้อนใหญ่แช่ปลา ที่โม่จากบนสะพาน ส่งผ่านท่อลำเลียงลงห้องแช่ปลา ใกล้กันพบร่าง  นายโจ กู่ทิ อายุ 25 ปี ลูกเรือชาวพม่า นั่งจมกองเลือดขาซ้ายถูกเครื่องปั่นฟันแหลก โดยเพื่อนร่วมงานได้ช่วยนำตัวออกมาก่อนแล้ว เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยได้ปฐมพยาบาลบาดแผล ก่อนเร่งนำตัวส่งรักษา ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ สอบถาม นายโจ คนเจ็บ เล่าว่า ขณะยืนอยู่บนแท่นเครื่องโม่น้ำแข็ง ที่กำลังทำงานปั่นน้ำแข็งส่งลงเรืออยู่นั้น เกิดพลาดท่าลื่นไถล ขาซ้ายลงไปในเครื่องโม่ถูกปั่นจนแหลกดังกล่าว    

ปลากระบอกลงรู เมนูอาหารช่วง Work From Home

ปลากระบอกลงรู เมนูอาหารช่วง Work From Home ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ ช่วงโควิดระบาดเมนูอาหารพื้นบ้านแบบโบราณถูกนำมาทำเพื่อกินกันในกลุ่มญาติที่บ้าน ปลากระบอกลงรูซึ่งถือว่าเป็นอาหารพื้นบ้านของคนทะเลอย่างหนึ่งที่ นำปลากระบอกมาใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วนำมาเผาไฟเหมือนเผาข้ามหลาม โดยเมนูนี้เริ่มจากไปหาซื้อปลากระบอกจากกลุ่มชาวประมงในพื้นที่ ที่หาได้ทั่วไปแล้วแต่มีขนาดเล็กหรือใหญ่ จากนั้นก็จะนำมาถอดเกล็ดปลา  เตรียมไม้ไผ่ขนาดพอดี มาตัดให้เป็นท่อนตรงข้อ แล้วก็ตำเครื่องแกงปรุงมีทั้ง พริก ใบเตย ตะไคร่ รวมถึงเครื่องปรุงต่างๆเพื่อให้มีรสชาติ จากนั้นก็จะนำมาคลุกกับปลากระบอกจนได้ที่ แล้วนำปลากระบอกมาใส่กระบอกไม้ไผ่ 2-3 ตัวแล้วแต่ขนาดตัว จากนั้นก็จะเอาใบเตยอุดตรงปากกระบอกเพื่อเพิ่มความหอม จากนั้นก็นำมาเผากับไฟ ให้สุกซึ่งจะมีกลิ่นเครื่องเทศหอมเตะจมูก เมื่อสุกแล้วก็นำมาใส่จานได้ลิ้มรสกัน นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง กล่าวว่า เมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูที่ของชุมชนที่พื้นที่ชาวประมง ซึ่งจะหาปลากกระบอกได้ในพื้นที่ทั้งจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และพื้นที่ที่ติดทะเล โดยเมนูดังกล่าวถือว่าเป็นเมนูพื้นบ้านของชาวประมง การนำปลากระบอกสดมาใส่กระบอกไม้ไผ่เผาจนถึงเครื่องแกง ซึ่งจากที่เป็นนักชิมอาหารถือว่าเป็นอาหารที่อร่อยสูตรดั้งเดิมที่สามารถทำกินที่บ้านกับครอบครัวได้ในช่วง Work From Home

ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด เดือดร้อนปัญหาเรียนออนไลน์

ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด เดือดร้อนปัญหาเรียนออนไลน์ต้องให้เด็กทุกระดับชั้นผลัดกันดูวันละชั่วโมง ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ เฟสบุ๊คของครูจาได้โพสต์ส่วนตัวขอบริจาคทีวีให้กับเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยระบุข้อความ “ขอรับบริจาคทีวีเก่าเพื่อให้เด็กได้เรียนออนไลน์ ที่ศูนย์ครับเรียนผู้ที่มีโทรทัศน์ที่ยังใช้งานได้อยู่ แต่ไม่ใช้แล้วเชิญบริจาคให้น้องๆศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ฯ บ้านครูจานะครับเนื่องจากน้องต้องเรียนออนไลน์เด็กมีหลายชั้นเรียนต้องการทีวีอย่างน้อย 5 เครื่อง ภายหลังจึงได้เดินทางไปที่ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยพบว่ามีเด็กประมาณ 40 คน แยกระดับเป็นชั้นๆตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 1 นั่งเรียนหนังสือ โดยมีโทรทัศน์อยู่เพียงเครื่องเดียว ซึ่งทางนักเรียนแต่ละระดับชั้นก็จะผลัดกันดูการเรียนการสอนคนละ 1 ชั่วโมงไล่ไปตามระดับชั้น แต่นักเรียนชั้นไหนไม่ได้ดูการเรียนการสอนออนไลน์ก็จะมานั่งทำความเข้าใจกับหนังสือแต่ละชั้น นาย พลิศร โนจา หรือเรียกง่ายๆว่าครูจา กล่าวว่าหลังจากที่มีการแพร่ระบาดโควิด ก็ไม่ได้ให้เด็กที่อยู่ในความปกครองได้ออกไปข้างนอกเนื่องจากกลัวเด็กไปติดเชื้อได้สอน ได้ทำกิจกรรมในศูนย์เช่นปลูกต้นไม้เลี้ยงสัตว์ ภายหลังมีการเรียนการสอนออนไลน์ ก็ได้ยกโทรทัศน์ให้เด็กได้เรียนหนังสือ แต่ก็มีเพียงเครื่องเดียว ส่วนการเรียนในออนไลน์ได้นำคอมพิวเตอร์ให้เด็กก็ไม่สามารถดูได้ไม่ทราบว่าติดปัญหาอะไร จึงได้ให้เด็กได้ดูการเรียนการสอนของเด็กเพียงเครื่องเดียวโดยผลัดกันชั้นละ 1 ชม. เนื่องจากมีโทรทัศน์เพียงเครื่องเดียว ครูจา บอกอีกว่าหลังจากผ่านมาเห็นเด็กเรียนหนังสือเพียงเครื่องเดียวต้องวนกันเรียนรู้ จึงตัดสินใจโพสต์ขอรับบริจาคทีวีซึ่งก็ไม่ต้องเครื่องใหม่ก็ได้นำมาให้ที่ศูนย์เพื่อให้เด็กสามารถได้ดูและเรียนหนังสือไม่ต้องผลัดกันดู และเป็นการให้โอกาสวิชาความรู้แก่เด็กกลุ่มนี้จะได้ไม่เป็นภาระสังคมในภายภาคหน้า สำหรับศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด หรือที่รู้จักกันในนาม บ้านครูจา เป็นศูนย์ที่ให้การช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน ขอทาน ขายบริการทางเพศ และเด็กที่ตกเป็นเหยื่อในการถูกล่วงละเมิดทุกประเภท เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองดูแลและพัฒนาการให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดของกฎหมาย  

สวนนงนุชพัทยา อัญเชิญธงมนตรา 9 ผืนพร้อมเปิดบริการในวันที่30พ.ค.ที่จะถึงนี้

สวนนงนุชพัทยา จัดพิธี อัญเชิญธงมนตรา 9 ผืน รับฤกษ์ดี เปิดสวนในวันที่ 30 พ.ค.นี้ พร้อมเปิดให้ชาวชลบุรีเข้าชมฟรีช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อชมการเปลี่ยนแปลง New Normal New Nongnooch Garden ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ ที่ บริเวณศาลาเทวดา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย ผู้บริหารสวนนงนุชพัทยา ได้ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญ “ธงมนตรา” จาก ประเทศภูฏาน จำนวน 9 ผืน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนแห่งความโชคดี ขึ้นสู่ยอดเสา เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยภายในพิธีได้นิมนต์  พระครูทัศนียคุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ และพระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต  มาประกอบพิธีเจิมธงมนตรา สวดชัยมงคลคาถา  เพื่อแสดงถึงความสำเร็จ ชัยชนะ ความเป็นสิริมงคล นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า การนำ “ธงมนตรา” มาประดับไว้ ณ ศาลาเทวดา ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อสุขใจ สิ่งศักดิ์สิทธิที่เคารพกราบไหว้ของชาวพุทธ เพื่อมุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติได้เคารพสักการะขอพรต่อ “ธงมนตรา” ให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มั่งคั่ง...

ร้านกาแฟสดเคลื่อนที่ไอเดียเก๋อดีตหนุ่มไกด์ ขี่จยย ตระเวนขายสร้างรายได้หลักพันต่อวัน

ร้านกาแฟสดเคลื่อนที่ไอเดียเก๋อดีตหนุ่มไกด์ ขี่จยย ตระเวนขายสร้างรายได้หลักพันต่อวัน ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ เมื่อเวลา10.00น. วันที่ 20 พค.63 ขณะที่ผู้สื่อข่าวผ่านเส้นทางถนนสุขุมวิทขาเข้าสัตหีบเขตติดต่อเมืองพัทยา-สัตหีบ ช่วงบริเวณหน้าที่พักสายตรวจจราจรแยกอัยการได้พบเห็นความสะดุดตาของรถจักรยานยนต์ขายกาแฟซึ่งมีความแตกต่างจากรถขายกาแฟทั่วๆไปที่เป็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างและขายกาแฟโบราณหรือน้ำอัดลมทั่วไป แต่ที่สะดุดตาคือรถคันนี้เป็นรถจักรยานยนต์ออโตเมติกโดยมีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมด้านหลังรถและข้างรถโดยที่มีร่มสำหรับกันแดดขนาดใหญ่ติดที่ท้ายรถอีกด้วย ที่เป็นจุดเด่นก็คือ ป้ายกาแฟสด เมนูกาแฟพร้อมกับอุปกรณ์ในการชงกาแฟสด ที่ติดตั้งอยู่ด้านท้ายรถจักรยานยนต์ เมื่อผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามรายละเอียดพร้อมทั้งเข้าไปสั่งเมนูกาแฟ ก็ได้ทราบรายละเอียดของร้านกาแฟสดเคลื่อนที่ ที่สร้างความสะดุดตาให้กับผู้คนอย่างมาก ทราบชื่อหนุ่มเจ้าของร้านกาแฟสดเคลื่อนที่ก็คือ นาย ภาคี พรเสริมสิน อายุ32ปี หนุ่มจังหวัดเชียงรายเจ้าของไอเดียเก๋ที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงร้านกาแฟสดได้ทุกที่ จากการสอบถามนายภาคร พรเสริมสิน เล่าว่าก่อนหน้านี้ได้ประกอบอาชีพ เป็นไกด์เกาหลี และต่อมาได้ประสบผลกระทบในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาจากสถานการณ์โควิด19 ซึ่งนายภาคี ฯ นั้นมาอาศัยอยู่ที่เมืองพัทยาประมาณ7เดือนและก็เป็นอีกคนอีกอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19  แต่ก็ไม่ได้ท้อแท้ จึงได้เกิดไอเดียขึ้นมา ซึ่งจากเดิมก่อนที่จะมาเป็นไกด์ นายภาคีฯก็ได้มีความรู้ทางด้านการขายและชงกาแฟสดมาก่อนหน้าแล้วซึ่งแฟนก็ประกอบอาชีพร้านเสริมสวยตนจึงได้ซื้อเครื่องทำกาแฟและกาแฟมาขายที่หน้าร้านเสริมสวยของแฟนสาว ซึ่งช่วงเช้าก็อยากขายกาแฟ จึงได้ตัดสินใจสร้างแนวคิดและหาวิธีในการขายใหม่โดยได้นำอุปกรณต่างๆมาติดตั้งที่ท้ายรถจักรยานยนต์เนื่องจากสะดวกและง่ายดีต่างจากการติดพ่วงข้างซึ่งตนก็ขับไม่เป็น จนออกมากลายเป็นรถขายกาแฟสดตามที่เห็น และตั้งชื่อร้านกาแฟเคลื่อนที่ว่า กาแฟมีป่า ซึ่งชื่อนี้มาจากพี่ชายที่ประกอบธุรกิจขายกาแฟอยู่แล้วและได้ไปอบรมเกี่ยวกับการทำกาแฟโดยใช้ชื่อกาแฟมีป่า ตนจึงได้นำชื่อแบรนด์ของพี่ชายมา เป็นชื่อร้านกาแฟสดเคลื่อนที่เมื่อการทดลองตระเวนขายเริ่มขึ้นก็มีลูกค้าที่เริ่มได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟรวมทั้งเมนูอื่นๆต่างก็ติดใจ และประกอบกับช่วงสถานการณ์โควิด19ที่มีการออกคำสั่งการควบคุมแพร่ระบาดของโรค โดยห้ามร้านอาหารร้านกาแฟสด ห้ามนั่งดื่มทานในร้าน จึงถือเป็นโอกาสดี เมื่อมีการสั่งออเดอร์เดลิเวอรี่โดยที่ผลการตอบรับดีมีทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าไม่ประจำ โดยส่วนใหญ่ลูกค้าประจำมักจะสั่งออเดอร์แบบเดลิเวอรี่ ซึ่งตนก็ได้ตระเวนขับขี่รถจักรยานยนต์ไปทำกาแฟสดและส่งกาแฟสดพร้อมดื่มให้ถึงที่ทำให้มีลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติติดใจและประทับใจในการขาย จนตอนนี้มีผู้รู้จักไปทั่วเมืองพัทยา  เมื่อสอบถามถึงรายได้ต่อวัน ก็ได้ทราบว่าในแต่ละวันจะขายได้ประมาณ100แก้วโดยเริ่มขายตั้งแต่ตีห้าถึงช่วงเย็นซึ่งวันไหนขายไม่ดีก็จะได้ประมาณ70-80แก้วซึ่งรายได้หักค่าใช้จ่ายแล้วก็อยู่ในหลักพันบาทซึ่งพอใช้จ่ายในครอบครัวพอเลี้ยงชีพ ร้านกาแฟมีป่านั้นจะตระเวนขายทั่วเมืองพัทยาตั้งแต่เวลาตีห้าเป็นต้นไปและจากนั้นก็จะตระเวนขายมาทางเขตติดต่อระหว่างเมืองพัทยาและนาจอมเทียน ในทุกๆวัน  

โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ จัดแสดงดนตรี-ขายงานฝีมือ ระดมทุนช่วยนักเรียน

ร.ร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ฯ จัดกิจกรรมแสดงดนตรีพร้อมจำหน่ายงานฝีมือของนักเรียนระดมทุนหลังประสบปัญหาจากโรคโควิด ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ฯ  จ.ชลบุรี นายชิต สุขหนู ผอ.ร.ร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ฯ พร้อมด้วยนักเรียนได้เตรียมจัดกิจกรรมแสดงดนตรีพร้อมจำหน่ายงานฝีมือของนักเรียนซึ่งเป็นน้องๆคนตาบอด เพื่อร่วมกันระดมหาทุนสนับสนุนที่จะใช้สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนในโรงเรียนในช่วงเปิดภาคเรียน หลังได้รับผลกระทบจากโรคโควิด นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา กล่าวว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำกินนอน เปิดสอนเป็นการกุศล โดยนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น การขับเคลื่อนหรือบริหารการจัดการต้องอาศัยจากการบริจาคจากประชาชนทั่วไป เมื่อสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ ยิ่งซ้ำเติมงบบริหารจัดการภายในโรงเรียนให้เริ่มแย่ลง ทั้งนี้ทางรัฐบาลได้กำหนดให้มีการเปิดเทอมประจำปี2563 ในเดือนกรกฎาคม ทำให้ทางโรงเรียนต้องขาดแคลนสิ่งของจำเป็นรวมถึงงบประมาณที่ต้องนำมาขับเคลื่อนภายในโรงเรียนประจำปี 2563 โดยปัจจุบันโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา เปิดการเรียนการสอนในระดับชั้น อ.1- ม.3 สำหรับคนบอด มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 103 คน และส่วนใหญ่เป็นผู้พิการซ้ำซ้อน ทั้งนี้หากจะปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้เป็นแบบออนไลน์เพื่อลดค่าใช้จ่ายค่อนข้างจะลำบากต่อกลุ่มผู้พิการซ้ำซ้อนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก โรงเรียนจึงต้องกลับมาเปิดการเรียนการสอนเหมือนปกติ ทางโรงเรียนจึงต้องหาหนทางหรือช่องทางรับบริจาคเพื่อให้กลุ่มเด็กตาบอดกลุ่มนี้ได้รับโอกาสทางสังคมโดย การมอบอนาคตให้กับเขาด้วยการเรียนการสอนและการใช้ชีวิตของเขาควบคู่ไปกับคนปกติ  สำหรับผู้ที่มีจิตเป็นกุศลสามารถร่วมบริจาคธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขที่บัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536)  (ขึ้นCG)  โดยกิจกรรมแสดงดนตรีพร้อมจำหน่ายงานฝีมือของนักเรียนซึ่งเป็นน้องๆคนตาบอด จะทำทำการแสดงพร้อมไลฟ์สด ที่เพจโรงเรียนสอนคนตาบอด  ทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 14.00น.- 15.30 น. ทุกสัปดาห์ หรือจะเดินทางมาร่วมกิจกรรมและอุดหนุนสินค้างานฝีมือของน้องๆก็มาได้ที่โรงเรียนสอนคนพระมหาไถ่ ซอยนาเกลือ 16

ร้านนวดแผนไทย ในเมืองพัทยา อยากให้กลับมาเปิดอีกครั้ง หลังถูกปิดมานาน 2 เดือน

ร้านนวดแผนไทย ในเมืองพัทยา อยากให้เปิดมีการเปิดบริการ เพื่อจะมีรายได้เข้ามาประคองร้านเพื่อให้อยู่รอด ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ จากที่ทางรัฐบาลประกาศยังไม่อนุญาตให้เปิดร้านนวด เนื่องจากเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยบรรยากาศร้านนวดในพัทยาซึ่งเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวซึ่งมีจำนวนมากเพราะว่าการนวดไทยมีชื่อเสียงมากกับชาวต่างประเทศแต่ภายหลังมีคำสั่งปิดร้านนวดทำให้ไม่มีรายได้และก็ทำให้ลูกค้าหายไปหมดเลย แต่ยังไงก็ตามสถานการณ์ตอนนี้เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการจึงอยากให้รัฐบาลได้มีการผ่อนปรนเปิดร้านนวด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านโรส มาสสาจ พัทยา สาย 2 ร้านนวดแผนโบราณมีบริการให้หลายรูปแบบ อาทิเช่น นวดฝ่าเท้า นวดคอ นวดหลัง นวดไหล่ เป็นต้น ซึ่งที่ร้านก็ได้เปิดให้บริการลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก นางสมร  ชอบพิมาย อายุ 41 ปี ผู้ประกอบการร้านโรส มาสสาจ พัทยา กล่าวว่า ตนก็อยากให้เปิดบริการ เพราะจะทำให้ลูกน้องมีรายได้ ซึ่งตอนนี้ลูกน้องที่ร้านไม่มีรายได้ ซึ่งลูกน้องแต่ละคนมีภาระเยอะ ต้องเลี้ยงคนในครอบครัว แต่ละคนก็มีรายจ่าย ซึ่งตนก็ไม่สามารถให้เงินเดือนลูกน้อง เพราะตนก็ไม่มีรายได้ แต่ตนก็ทำอาหารเลี้ยงลูกน้อง 3 มื้อต่อวัน ช่วยๆกันไปก่อน ส่วนค่าเช่าที่ร้านได้เช่าอยู่ก็เจ้าของที่ก็ไม่ได้ลดค่าเช่าให้ ตนก็อยากให้เปิดบริการเพื่อจะได้มีรายรับมาใช้จ่ายภายในร้านบ้าง ถ้าร้านนวดเปิดให้บริการ ทางร้านก็มีแนวทางการป้องกันในการให้บริการลูกค้า โดยการตรวจวัดอุณหภูมิ ให้ลูกค้าล้างมือด้วยเจลแอลกิฮอล์ ลูกค้าที่มาใช้บริการต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะเตียงนวด เบาะนวด เพื่อจะได้มีความปลอดภัยสำหรับลูกค้า ส่วนของตนนั้นมีลูกน้อง 30 คน บางส่วนก็กลับบ้านต่างจังหวัด แต่บางส่วนไม่มีเงินกลับบ้านก็พักอาศัยอยู่ที่ร้าน ซึ่งทางร้านก็มีอาหารให้ลูกน้องที่อยู่ครบ 3...

คนใจดำ จับตูบมัดขาหน้าหลังโยนทิ้งคลองระบายน้ำ

คนใจดำ จับตูบมัดขาหน้าหลังโยนทิ้งคลองระบายน้ำ ล่าสุดชาวบ้านชี้จุดเกิดเหตุ คาดไหลมาไม่ไกลนัก ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ล่าสุดปลอดภัยแล้ว ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ จากกรณีที่ นายปิยะ ถนอมรอด ชาวบ้านชุมชนบ้านหนองพังพวย ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้ร้องเรียนว่ามีสุนัขสีดำ ถูกมัดขาหน้า และขาหลัง ถูกโยนทิ้งลงมาภายในคลองระบายน้ำสาธารณะ หวังที่จะฆ่าสุนัขทั้งเป็น โชคดีที่ชาวบ้านมาเห็น ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เทศบาลนครแหลมฉบัง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว พบนายปิยะ ถนอมรอด ได้พาผู้สื่อข่าวไปชี้ยังจุดเกิดเหตุ โดยพบร่องรอยจุดที่สุนัข ตะเกียกตะกาย จากคลองระบายน้ำ ขึ้นยังกองดินริมคลอง สอบถามนายปิยะ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองและแม่ ได้เดินกวาดใบไม้อยู่ในบริเวณดังกล่าว แล้วปรากฎว่าได้ยินเสียงสุนัขร้องครวญครางอยู่ จึงได้เดินสำรวจดู ก่อนจะมาพบว่ามีสุนัข สีดำ ลอยคออยู่บริเวณกองดินภายในคลองระบายน้ำดังกล่าว ถูกมัดขาหน้า และขาหลังติดกันคู่ โชคดีที่สุนัขตัวดังกล่าวไม่จมน้ำลงไป ทั้งนี้ตนเองจึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เทศบาลนครแหลมฉบัง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป...