แบ่งปัน

กลุ่มคนงานก่อสร้างเขมรเปิดศึกวิวาทกันเองถึงขั้นแทงกันเจ็บปางตาย

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 26 มี.ค.60 ร.ต.อ.สรศักดิ์ ปิ่นทอง รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านมินิมาร์ทไม่มีชื่อ ตั้งอยู่ภายในซอย 7 ถนนเทพประสิทธิ์ พัทยาใต้ ว่ามีคนงานก่อสร้างชาวกัมพูชาพาเพื่อนชาติเดียวกัน ซึ่งถูกอาวุธแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส มาขอความช่วยเหลือ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจสายตรวจ พร้อมกับประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ

พบผู้บาดเจ็บทราบเพียงชื่อเล่นคือนายแทน อายุ 28 ปี ชาวกัมพูชา สภาพถูกแทงเข้าที่หน้าอกซ้ายและชายโครงรวม 2 แผล เลือดไหลอาบร่างบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยจึงช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลบางละมุง แต่เนื่องจากอาการค่อนข้างโคม่า จึงต้องส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีซึ่งมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยกว่า

จากการสอบสวนนายบัน อายุ 27 ปี สัญชาติกัมพูชา เพื่อนของนายแทน ผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้การว่า ปกติตนกับนายแทน ทำงานเป็นคนงานก่อสร้างและพักอาศัยอยู่ในแคมป์คนงานของบริษัท วรกิจก่อสร้าง จำกัด ตั้งอยู่หลังสำนักงานอัยการภาค 2 หมู่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ก่อนหน้านี้หลังจากนั่งดื่มสุราที่ร้านมินิมาร์ท ในซอย 7 ถนนเทพประสิทธิ์ เขตพื้นที่เมืองพัทยา จึงพากันขับรถจักรยานยนต์กลับแคมป์ ระหว่างทางเจอกลุ่มแรงงานกัมพูชาจำนวน 3 คน ที่พักอาศัยอยู่ในแคมป์เดียวกัน กำลังปั่นจักรยานมุ่งหน้ากลับแคมป์ที่พักเช่นกัน

แต่จู่ๆ หนึ่งในนั้นได้ตะโกนด่าคำว่า “ไอ้เหี้ย” เสียงดังลั่นขึ้นมา ด้วยความสงสัยจึงขับรถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาถามว่าด่าใคร เลยถูกทั้ง 3 คนรุมทำร้าย โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุได้ใช้ไขควงแทงนายแทน เข้าที่หน้าอกซ้ายและชายโครงได้รับบาดเจ็บก่อนหลบหนีไป ตนจึงรีบหิ้วร่างเพื่อนขึ้นรถจักรยานยนต์มาขอความช่วยเหลือจากนายจ้างซึ่งเป็นผู้รับเหมารายย่อยที่ร้านมินิมาร์ท ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา และแจ้งให้ตำรวจทราบดังกล่าว


ต่อมา ร.ต.อ.สรศักดิ์ ปิ่นทอง รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา ประสานไปยัง ร.ต.อ.ภัคภณ ธนินนญาณธร รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.นาจอมเทียน ให้ทราบเรื่อง พร้อมกับนำกำลังตำรวจตามไปจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้ ขณะหลบอยู่ที่ห้องพักภายในแคมป์ที่พักคนงาน โดยมีนายโต อายุ 32 ปี สัญชาติกัมพูชา รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือใช้ไขควงแทงนายแทน จนได้รับบาดเจ็บ สาเหตุเพราะเคยมีเรื่องเขม่นกันมาก่อน ซึ่งภายหลังสอบสวนเบื้องต้นจึงคุมตัวทั้งหมดไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.