ข่าว                    English News       ข่าวประชาสัมพันธ     สื่อมวลชนพัทยา              webboard             Property

ดาบตำรวจหัวหน้าห้องคดี สภ.เมืองพัทยาใช้ 11 มม.คู่กายจ่อยิงตังเองดับคาแฟลตตำรวจ


 
 
         
 
       
       

เมื่อเวลา 18.00 น.( 4 มี.ค.53 ) พ.ต.ท.สำราญ  คำวัฒนา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งมี ดต.สุพร  อุ่นเจริญ  ผบ.หมู่ ( ส.) สภ.เมืองพัทยา  หัวหน้าห้องคดี  ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต  เหตุเกิดภายในห้องพัก 301 ตึก B ชั้นที่ 3  ของแฟลตตำรวจ  หลัง สภ.เมืองพัทยา  หลังรับแจ้งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทวุฒิ  สุวรรณละออง  ผกก.สภ.เมืองพัทยา   เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการเวรเขต 2 ชลบุรี  แพทย์เวรโรงพยาบาลบางละมุง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา
                ในที่เกิดเหตุเป็นห้องพักตำรวจห้องแรกริมบันไดพบศพ ดต. สุพร  อุ่นเจริญ  ผบ.หมู่ ( ส.) สภ.เมืองพัทยา  หัวหน้าห้องคดี นอนเสียชีวิตบริเวณห้องรับแขกสวมเสื้อยืดสีขาวมีตราตำรวจที่หน้าอกซ้าย  สวมกางเกงขาสามส่วนลายทหาร   ตรวจสอบพบบาดแผลจากการถูกอาวุธปืนขนาด 11 มม.เข้าที่กลางหน้าอกด้านซ้ายทะลุหลัง    จากนั้นยังพบอาวุธปืนขนาด 11 มม.ที่ยังขึ้นลำกล้องอยู่ของ ดต. สุพร  ตกอยู่ด้านขวา ของผู้ตาย  และพบปลอกกระสุนและหัวกระสุนขนาด 11 มม. ตกในที่เกิดเหตุ  นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบจดหมายที่ผู้ตายเขียนบนกระดาษ เอ4 จำนวน 4 แผ่น มีใจความว่า “ฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากเป็นโรคหัวใจ  ทำงานไม่ได้ รักลูกทั้งหมดและขอโทษภรรยา  และยังสั่งเสียเกี่ยวกับงานศพช่วยให้เพื่อน น.พ.ต.รุ่น30 ที่อยู่พัทยาช่วยจัดการเรื่องศพด้วย” เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
                เบื้องต้นจากการสอบสวนนั้นตอนเกิดเหตุ ดต. สุพร อยู่ในห้องคนเดียว  โดยภรรยานางมะลิวรรณอยู่ด้านนอก   โดยลูกชายชื่อน้องนนท์ที่กลับจากโรงเรียนมาเปิดประตูห้องจึงพบว่า  ดต. สุพรผู้เป็นพ่อยิงตัวตาย  จึงลงไปตามมารดานางมะลิวรรณและบอกให้ทราบ
                ด้าน พ.ต.อ.นันทวุฒิ  สุวรรณละออง  ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า ดต. สุพร เป็นคนที่ทำงานดีตั้งใจทำงาน  และเป็นที่รักและเคารพของเพื่อนร่วมงานทุกคน  ส่วนสาเหตุน่าเกิดจากโรคหัวใจที่  ดต. สุพร เป็นอยู่  และเริ่มท้อในการต่อสู้กับโรคหัวใจที่เป็นอยู่  เลยตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวเองตาย  
                หลังสอบสวนเสร็จเจ้าหน้าที่จึงนำศพเข้าชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุที่สถาบันนิติเวช  โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนให้ญาตินำหลักฐานไปรับศพมาบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป